ทำไมคุณควรทำ personal branding

คุณเชื่อใจใครมากกว่ากันระหว่างคนที่คุณรู้จักกับคนแปลกหน้า คุณเชื่อคําโฆษณาหรือคําบอกเล่าจากเพื่อนมากกว่า ————– คําพูดของใครน่าเชื่อถือมากกว่ากัน ระหว่างบริกรที่บอกคุณว่า “ร้านนี้อร่อยทุกจาน” กับบริกรที่แนะนําว่าอย่าสั่งลาซานญ่า คําถามพวกนี้ง่ายเกินไปหรือครับ ถ้าอย่างนั้นลองตอบคําถามนี้ดู ทําไมใคร ๆ ถึงควรเชื่อใจคุณ คําแนะนําจากคนรอบข้างมีอิทธิพลมากครับ เพราะเราเชื่อใน วิจารณญาณของผู้คนที่เราไว้ใจ นี่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเชื่อใครแบบ สุ่มสี่สุ่มห้า แต่เรามีแนวโน้มจะเชื่อใจผู้ที่มีค่านิยมและความเชื่อเหมือนเรา เมื่อใดก็ตามที่เราเชื่อว่าใครบางคนคํานึงถึงผลประโยชน์ของเราเพราะการทําเช่นนั้นก็เป็นประโยชน์ต่อเขาเหมือนกัน เมื่อนั้นทั้งกลุ่มก็จะพลอยได้รับประโยชน์ไปด้วย ความเจริญก้าวหน้าของสังคม ล้วนต้องอาศัยความเชื่อใจระหว่างผู้คนที่มีค่านิยมและความเชื่อแบบเดียวกัน ความเชื่อใจมีต้นกําเนิดจากสมองส่วนลิมบิกซึ่งควบคุมความรู้สึกครับ และมันก็ทรงพลังมากพอจะหักล้างข้อมูลที่มีหลักฐานแน่นหนา หรือ อย่างน้อย ก็จุดประกายให้เกิดข้อสงสัยบางอย่างได้ เพราะอย่างนี้เองแรงกดดันจากคนรอบข้างถึงใช้ได้ผล เนื่องจากเราเชื่อว่าคนอื่นรู้ดีกว่าเรา ทันตแพทย์ 4 ใน 5 คนน่าจะรู้ดีกว่าเราเวลาเลือกซื้อหมากฝรั่ง (แล้วอีกคนที่เหลือละเป็นไปได้ไหมที่เขาจะรู้อะไรที่คนอื่นไม่รู้) และเราก็เชื่อคนดังที่เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าต่าง ๆ คนดังเหล่านั้นร่ำรวยและสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้ ดังนั้นถ้าพวกเขายอมเอาชื่อเสียงเป็นเดิมพัน เพื่อเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่างละก็ มันต้องดีแน่นอน คุณอาจมีคําตอบในใจแล้วว่าพวกเขาทําแบบนั้นเพราะถูกจ้างมา แต่ถ้าการใช้คนดังเป็นพรีเซนเตอร์ไม่ได้ผล บริษัทต่าง ๆ คงไม่ใช้วิธีนี้กันหรือบางที่พวกเขาก็กลัวว่าวิธีนี้ “อาจ” ใช้ได้ผลจริง จึงแข่งกันควักเงินนับล้านดอลลาร์เพื่อจ้างคนดังให้มาขยิบตาหรือส่งยิ้ม โดยหวังว่ามันจะกระตุ้นให้เราซื้อรถยนต์หรือลิปสติกของพวกเขาแทนที่จะซื้อจากคู่แข่ง ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธก็คือ ไม่มีใครสามารถต้านทานอิทธิพลของคนที่เรารู้จักหรือรู้สึกเชื่อใจได้ การใช้คนดังเป็นพรีเซนเตอร์ตั้งอยู่บนฐานของความจริงดังกล่าวนั่นเอง บริษัทต่าง ๆ […]